พระเจ้าจะประทานถ้อยคำและสติปัญญาในทุกสถานการณ์ของชีวิตให้กับคุณ
พระเจ้าจะประทานถ้อยคำและสติปัญญาในทุกสถานการณ์ของชีวิตให้กับคุณ
แชร์ผ่าน
การมีพระวิญญาณบริสุทธิ์สถิตอยู่ภายในตัวคุณนั้นเป็นสิ่งหนึ่ง แต่การที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสำแดงพระองค์ในชีวิตของคุณในฐานะพระวิญญาณแห่งสติปัญญานั้นก็เป็นอีกสิ่งหนึ่ง
เมื่อสติปัญญาของพระเจ้าครอบครองอยู่ ก็จะไม่มีปัญหาใดที่ไม่สามารถแก้ไขได้ ไม่มีภารกิจใดที่ยากเกินจะทำให้สำเร็จ เพราะสติปัญญาของพระเจ้าสามารถเอาชนะทุกสิ่งได้ พระคัมภีร์ก็ยังกล่าวไว้ว่า เพราะความเขลาของพระเจ้ายังมีปัญญายิ่งกว่าปัญญาของมนุษย์! (1 โครินธ์ 1:25)
คนคนหนึ่งอาจมีการศึกษาสูงและเต็มไปด้วยความรู้มากมาย แต่ก็ยังขาดสติปัญญาได้ ตอนที่ผมเป็นทหารเกณฑ์อยู่นั้น ผมสังเกตเห็นแพทย์ทหารคนหนึ่งที่สูบบุหรี่ตลอดเวลา มันดูแปลกที่เห็นหมอสูบบุหรี่ เขามีความรู้มาก มีการศึกษาสูง แต่กลับขาดสติปัญญา
ดังนั้น จงแสวงหาสติปัญญา และให้สิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกในชีวิต เมื่อคุณยกย่องสติปัญญา ซึ่งพระคัมภีร์เปรียบเสมือนผู้หญิงคนหนึ่ง เมื่อคุณกอดเธอไว้ เธอจะยกย่องคุณและเธอจะให้เกียรติคุณ (สุภาษิต 4:7–8)
มีหนทางที่ดีกว่า
ในสถานที่ทำงานของคุณ คุณไม่จำเป็นต้องผลักดันตัวเองให้ก้าวหน้าโดยทำตามระบบของโลก คุณไม่จำเป็นต้องทำงานอย่างตรากตรำหรือทำงานล่วงเวลาตลอดเวลา คุณไม่จำเป็นต้องประจบเจ้านาย หรือประนีประนอมกับจริยธรรมและคุณค่าของตนเอง เพียงเพื่อไต่ขึ้นสู่ความสำเร็จ มีหนทางที่ดีกว่านั้น มีวิธีของพระเจ้าสำหรับการดำเนินชีวิตและทำสิ่งต่าง ๆ และสิ่งนั้นเรียกว่า สติปัญญาของพระเจ้า
มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ยอมใช้สุขภาพทั้งหมดของตนเพื่อให้ได้มาซึ่งความมั่งคั่ง แล้วในที่สุดก็ต้องนำความมั่งคั่งทั้งหมดที่มีไปใช้เพื่อพยายามเอาสุขภาพกลับคืนมา นั่นไม่ใช่ความฉลาดเลย
พระคัมภีร์กล่าวไว้ว่า “มือของคนขยันทำให้มั่งคั่ง”. (สุภาษิต 10:4) แต่ความขยันในพระธรรมสุภาษิตไม่ได้หมายถึงการตรากตรำทำงานหนักจนไม่มีเวลาให้ครอบครัว และไม่มีเวลาให้กับพระเจ้าในพระนิเวศของพระองค์ นั่นไม่ใช่ความขยัน แต่เป็นเพียงการทำงานหนักเท่านั้น ความขยันที่แท้จริงเกี่ยวข้องกับสติปัญญาของพระเจ้า พระเจ้าทรงมีสติปัญญาสำหรับทุกสถานการณ์ที่คุณต้องเผชิญ และสติปัญญาของพระองค์จะนำคุณผ่านพ้นทุกสิ่ง พร้อมทั้งนำความสำเร็จที่ดีมาให้กับคุณโดยที่คุณไม่ต้องแลกมาด้วยความเหน็ดเหนื่อยอย่างหนัก
เยาวชนของเราต้องการสติปัญญา
คุณพ่อคุณแม่ทั้งหลาย เป็นสิ่งที่ดีที่จะสอนลูกๆ ของคุณว่า สิ่งแรกที่ควรทูลขอจากพระเจ้าในแต่ละวันคือสติปัญญา พระคัมภีร์กล่าวว่า ตอนที่เยซูเป็นเด็กนั้นพระองค์ทรงเจริญขึ้นในด้านสติปัญญา แล้วในด้านร่างกาย และเป็นที่โปรดปรานต่อพระเจ้าและมนุษย์ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่พระเยซูเสด็จกลับบ้านกับบิดามารดา และทรงเชื่อฟังท่านทั้งสอง (ลูกา 2:51–52)
เป็นสิ่งดีที่เยาวชนของเราจะตระหนักถึงเรื่องนี้ เพราะบางคนมีท่าทีเหมือนรู้ทุกอย่าง และคิดว่าไม่จำเป็นต้องยอมอยู่ใต้สิทธิอำนาจของพ่อแม่ หากมีผู้ใดที่รู้ทุกสิ่ง ผู้นั้นก็คือพระเยซู แต่พระองค์ก็ยังทรงยอมอยู่ใต้สิทธิอำนาจของบิดามารดาฝ่ายโลก นี่แหล่ะคือความสง่างาม นี่แหล่ะคือคุณภาพ และนี่แหล่ะคือความเท่ที่แท้จริง
ความเท่ที่แท้จริงคือการไม่ตอบโต้แม้มีอำนาจที่จะทำได้ก็ตาม ความสุภาพอ่อนโยนคืออำนาจที่อยู่ภายใต้การควบคุม อำนาจที่ใช้อย่างไร้การควบคุมไม่ใช่อำนาจที่แท้จริง เราทุกคนชื่นชมคนที่สำแดงอำนาจที่แท้จริง คนที่สามารถตอบโต้ได้แต่เลือกที่จะไม่ทำ ทำให้นึกถึงพระเยซูเลยใช่ไหม?
จงทูลขอสติปัญญา
เมื่อซาโลมอนยังเป็นเด็กหนุ่ม พระเจ้าทรงสำแดงพระองค์แก่เขาในความฝันที่กิเบโอน และตรัสว่า “จงขอเถิด เราจะให้สิ่งใดแก่เจ้า?” (1 พงศ์กษัตริย์ 3:5) ผมอยากให้คุณเห็นถึงความถ่อมใจของซาโลมอน เขาทูลพระเจ้าว่า:
…ข้าพระองค์เป็นเพียงเด็กเล็ก ข้าพระองค์ไม่ทราบว่าจะดำเนินการปกครองอย่างไรถูก และผู้รับใช้ของพระองค์ก็อยู่ท่ามกลางประชากรของพระองค์ ผู้ซึ่งพระองค์ทรงเลือกไว้ เป็นชนชาติใหญ่ ซึ่งไม่สามารถจะนับหรือคำนวณได้ ฉะนั้นขอพระองค์ประทานความคิดความเข้าใจแก่ผู้รับใช้ของพระองค์ เพื่อจะวินิจฉัยประชากรของพระองค์ เพื่อจะแยกแยะความแตกต่างระหว่างดีกับชั่วได้ เพราะใครจะสามารถวินิจฉัยประชากรมากมายนี้ของพระองค์ได้?
– 1 พงศ์กษัตริย์ 3:7–9
ซาโลมอนกล่าวว่าตนเป็นเหมือนเด็กเล็กๆ ที่ไม่รู้แม้แต่จะออกหรือเข้าอย่างไร นับประสาอะไรกับการปกครองประชากรของพระเจ้า เขาถ่อมใจพอที่จะเห็นความจำเป็นของสติปัญญาจากพระเจ้า และทูลขอจากพระองค์
เราก็ควรถ่อมใจและเห็นความจำเป็นของสติปัญญาจากพระเจ้าเช่นเดียวกับซาโลมอน และทูลขอจากพระองค์ พระคัมภีร์กล่าวว่า:
ถ้าผู้ใดในพวกท่านขาดสติปัญญา ก็ให้ผู้นั้นทูลขอจากพระเจ้า ผู้ทรงประทานแก่ทุกคนอย่างใจกว้าง และไม่ทรงตำหนิ แล้วจะทรงประทานให้
– ยากอบ 1:5
“ถ้าผู้ใดขาดสติปัญญา…” ผมมักจะมองเห็นตัวเองอยู่ในตำแหน่งนั้นเสมอ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่คำอธิษฐานของผมมักจะเป็นเช่นนี้ว่า “พระเจ้า ขอประทานพระวิญญาณแห่งสติปัญญาและการเปิดเผยในความรู้เกี่ยวกับพระคริสต์ให้แก่ลูก เพื่อที่ลูกจะสามารถรับใช้พระองค์ได้ดียิ่งขึ้น”
พี่น้องที่รัก เราต้องการ สติปัญญา เพื่อจะเอาชนะความท้าทายที่เราต้องเผชิญในชีวิต แต่สติปัญญาจะไม่เกิดขึ้น จนกว่าคุณจะตระหนักถึงความจำเป็นที่คุณต้องมีมัน
การทำธุรกิจกับผู้เชื่อ
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะเน้นคือ การทำธุรกิจกับผู้เชื่อ ขอให้ระมัดระวังให้มากเมื่อทำธุรกิจในคริสตจักรกับพี่น้องผู้เชื่อ อย่าคิดอย่างโง่เขลาว่า เพราะเขาเป็นคริสเตียนจึงเชื่อถือได้ และไม่จำเป็นต้องทำข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร
ผมเห็นความสัมพันธ์ดีๆ เสียหายมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนเพราะเรื่องนี้ “ฉันทำให้ฟรีเพื่อรับใช้คริสตจักร” “ไม่เป็นไร ฉันไว้ใจเขา เขาก็เป็นคริสเตียนเหมือนกัน” ต่อมาความสัมพันธ์ก็แตกหัก เกิดความขมขื่น ความโกรธ เพราะอะไรล่ะ? เพราะไม่ได้ดำเนินการอย่างมืออาชีพ และไม่ได้ทำข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ไง
มีคู่สามีภรรยาสองคู่ในคริสตจักรของเราที่เป็นเพื่อนสนิทกัน ทั้งสองคู่แต่งงานในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน คู่หนึ่งยังไม่มีบ้านที่พร้อมจะเข้าอยู่ ดังนั้นอีกคู่จึงเชิญพวกเขามาพักอาศัยอยู่ในบ้านของตน แต่ไม่นานหลังจากนั้น เจ้าของบ้านฝ่ายภรรยาก็เริ่มบ่นเกี่ยวกับเสื้อผ้าที่ซักแล้วของอีกคู่หนึ่ง ซึ่งไม่ได้ตากให้เรียบร้อย ทำให้น้ำหยดลงบนพื้น แน่นอนว่า เหตุการณ์เช่นนี้ย่อมส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของพวกเขา
อย่างไรก็ตาม ผมไม่ได้กำลังบอกว่าคุณไม่ควรทำธุรกิจกับคริสเตียน แต่ถ้าคุณจะทำ ก็ควรทำข้อตกลงให้ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร อย่าดำเนินการเพียงเพราะมีข้อตกลงกันด้วยวาจาเท่านั้น
จงฉลาดเหมือนงู
คริสเตียนบางคนอาจไร้เดียงสาเกินไป นั่นจึงทำให้มิจฉาชีพชอบเข้ามาในคริสตจักร ผมขอกล่าวเช่นเดียวกับที่พระเยซูได้ตรัสไว้:
…เราใช้ท่านทั้งหลายไปดุจแกะอยู่ท่ามกลางพวกหมาป่า เพราะฉะนั้นจงเฉลียวฉลาดเหมือนงู และไม่มีพิษมีภัยเหมือนนกพิราบ
– มัทธิว 10:16
จงฉลาดเหมือนงู และไม่มีพิษมีภัยเหมือนนกพิราบ ส่วนหลังนั้นผมคงไม่ต้องเทศนาอะไรแล้ว เพราะพวกคุณทุกคนก็ไร้พิษภัยเหมือนนกพิราบอยู่แล้ว ยกเว้นบางคนที่อาจชอบนินทาหรือพูดลับหลังผู้อื่นบ้าง!
ในคริสตจักรมักจะมีคนที่ไว้ใจผู้อื่นง่ายมาก แต่ขาดการหยั่งรู้ มีชายคนหนึ่งเข้ามาพูดกับผู้หญิงว่า “พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า ‘ลูกเอ๋ย ในตัวเจ้ามีความงดงามมาก’ ใช่แล้ว คนอื่นอาจไม่เห็น แต่พระเจ้าทรงเห็น และผมก็เห็นเช่นกัน” ความจริงแล้ว ชายคนนั้นกำลังพยายามล่อลวงผู้หญิงคนนั้น แต่ผู้หญิงกลับตอบว่า
“คุณเป็นคนของพระเจ้าจริง ๆ!” นั่นไม่ใช่ความฉลาดเลย
มีผู้หญิงบางคนถึงกับออกไปดื่มกาแฟกับผู้ชายที่แต่งงานแล้ว และเมื่อผมถามว่าทำไมพวกเขาถึงทำอย่างนั้น พวกเขากลับตอบว่า “แต่อาจารย์คะ เขาแต่งงานแล้วนะคะ” ผมจึงตอบว่า
“ยิ่งเป็นอย่างนั้น คุณก็ยิ่งไม่ควรทำเลย!”
อย่างไรก็ตาม ในคริสตจักรของเรา ผมได้กำชับผู้นำกลุ่มเซลล์ไว้ว่า ห้ามขับรถไปส่งผู้หญิงตามลำพัง พวกเขาไม่ควรโทรหาผู้หญิงแล้วพูดว่า “สัปดาห์ที่แล้วผมไม่เห็นคุณมาที่กลุ่มเซลล์เลย คุณไปไหนมา?” ถ้าผมรู้ว่ามีผู้นำคนใดในคริสตจักรของผมทำเช่นนี้ ผมจะจัดการกับผู้นำคนนั้นอย่างจริงจัง
ดังนั้น จงฉลาดเหมือนงู อย่าให้ใครคิดว่าคุณเป็นคนโง่ เพียงเพราะคุณเป็นผู้เชื่อในพระคริสต์
สติปัญญาในการคบหาดูใจ
สุภาพสตรีทั้งหลาย จงเรียนรู้ที่จะพูดว่า “ไม่” ในช่วงเวลาที่กำลังคบหาดูใจกัน แล้วผู้ชายคนนั้นจะให้เกียรติคุณ และจะยิ่งพยายามเอาใจใส่คุณมากขึ้น แต่ถ้าคุณตอบว่า “ได้” กับเขาอยู่เสมอ วันหนึ่งเขาอาจเป็นฝ่ายเดินจากคุณไป เพราะเมื่อเขาได้ทุกอย่างตามที่ต้องการแล้ว เขาอาจทิ้งคุณไปในที่สุด
ดังนั้น ก่อนที่คุณจะตอบว่า “ได้” กับทุกเรื่อง จงคิดให้ดี และเรียนรู้ที่จะฉลาดเหมือนงู
และถ้าคุณเป็นฝ่ายออกเงินให้ผู้ชายคนนั้นอยู่เสมอ หรือเขามักจะยืมเงินจากคุณเป็นประจำ นั่นควรเป็นสัญญาณเตือนสำหรับคุณ ผู้ชายที่ไม่ต้องการทำงาน แต่เอาแต่พูดหวาน ๆ เพื่อให้คุณให้ยืมเงิน ไม่ใช่คนที่เหมาะจะเป็นคู่ชีวิต บอกเขาไปเลยว่า ให้ไปหางานทำก่อน!
สติปัญญาเป็นพระวิญญาณ
หลังจากที่พระเยซูตรัสให้เราฉลาดเหมือนงูและไม่มีพิษมีภัยเหมือนนกพิราบ อีกสองข้อถัดมา พระองค์ตรัสว่า:
และจะมอบพวกท่านให้เจ้าเมืองและกษัตริย์เพราะเรา เพื่อว่าพวกท่านจะได้เป็นพยานแก่พวกเขาและแก่พวกต่างชาติ แต่เมื่อพวกเขามอบตัวท่านนั้น อย่ากังวลว่าจะพูดอะไรหรืออย่างไร เพราะเมื่อถึงเวลานั้น คำที่พวกท่านจะพูดนั้น พระเจ้าจะประทานแก่พวกท่าน เพราะว่าผู้ที่พูดไม่ใช่ตัวท่านเอง แต่เป็นพระวิญญาณแห่งพระบิดาของพวกท่านผู้ตรัสผ่านท่าน
– มัทธิว 10:18–20
ที่นี่พระเยซูตรัสว่า เมื่อท่านถูกนำไปต่อหน้าผู้มีอำนาจ อย่ากังวลว่าจะพูดอะไร เพราะพระเจ้าจะประทานถ้อยคำให้ท่าน “เพราะไม่ใช่ท่านที่พูด แต่เป็นพระวิญญาณแห่งพระบิดาของท่านที่ตรัสในท่าน” สังเกตว่าพระองค์ใช้คำว่า “พระวิญญาณแห่งพระบิดาของท่าน” กล่าวอีกนัยหนึ่ง สติปัญญาเป็นพระวิญญาณ
พระเจ้าตรัสกับโมเสสว่า “ดูสิ เราได้เลือกเบซาเลลบุตรอุรีผู้เป็นบุตรเฮอร์แห่งเผ่ายูดาห์ และเราได้ให้เขาเต็มเปี่ยมด้วยพระวิญญาณของพระเจ้า คือให้เขามีสติปัญญา ความเข้าใจและความรู้ในงานช่างทุกอย่าง” (อพยพ 31:2–3)
เปาโลอธิษฐานเผื่อคริสตจักรเอเฟซัสให้พระเจ้าประทาน “พระวิญญาณแห่งสติปัญญาและการสำแดงในการรู้จักพระองค์” (เอเฟซัส 1:17) และโยชูวาก็ “เต็มด้วยวิญญาณแห่งสติปัญญา เพราะโมเสสได้วางมือบนเขา” (เฉลยธรรมบัญญัติ 34:9)
เมื่อคุณเข้าใจว่าสติปัญญาเป็นพระวิญญาณ จงทูลขอพระเจ้าสำหรับสติปัญญาทุกวัน และเรียนรู้ที่จะดำเนินในพระวิญญาณ
สิ่งหนึ่งเกี่ยวกับโลกฝ่ายวิญญาณก็คือ อิทธิพลของมันสามารถส่งต่อกันได้ ถ้าคุณอยู่ท่ามกลางคนที่เต็มไปด้วยความหดหู่ใจ คุณก็อาจเดินออกมาพร้อมกับความรู้สึกหดหู่ใจเช่นกัน เหมือนกับเวลาที่คุณอยู่ในสถานที่ที่มีคนสูบบุหรี่จำนวนมาก ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ได้สูบเอง แต่เมื่อคุณเดินออกมา เสื้อผ้าของคุณก็ยังมีกลิ่นควันบุหรี่ติดอยู่
ในทำนองเดียวกัน สติปัญญาก็สามารถถ่ายทอดผ่านการคบหาสมาคมได้ ดังที่พระคัมภีร์กล่าวไว้ว่า “คนที่เดินกับคนมีปัญญาจะกลายเป็นคนมีปัญญา แต่เพื่อนของคนโง่จะถูกทำลาย” (สุภาษิต 13:20)
ถ้อยคำและสติปัญญา ณ เวลาที่ต้องการ
พระเยซูตรัสว่า “พระวิญญาณแห่งพระบิดาของท่าน” จะประทานถ้อยคำเมื่อท่านถูกนำไปต่อหน้าผู้มีอำนาจ (มัทธิว 10:18–20) ดังนั้นท่านไม่ต้องกังวลว่าจะพูดอะไร
ในพระกิตติคุณลูกา พระองค์ตรัสเช่นเดียวกันว่า:
เพราะฉะนั้นท่านจะต้องจดจำไว้ว่า ไม่ต้องเตรียมก่อนว่าจะแก้คดีอย่างไร เพราะว่าเราจะให้คำพูดและปัญญาแก่ท่าน ซึ่งพวกศัตรูของท่านทั้งหลายจะต่อต้านและคัดค้านไม่ได้
– ลูกา 21:14–15
พระองค์ตรัสกับเราว่า เราไม่จำเป็นต้องกังวลล่วงหน้าว่าจะตอบโต้ศัตรูอย่างไร เพราะพระองค์จะประทาน “ถ้อยคำและสติปัญญา” ให้แก่เรา ซึ่งศัตรูทั้งหลายจะไม่สามารถโต้แย้งหรือขัดขืนได้เลย เรื่องนี้ทำให้ผมระลึกถึงสเทเฟนในพระธรรมกิจการ พวกฟาริสี “คนเหล่านั้นไม่สามารถต่อสู้ถ้อยคำที่ท่านกล่าวโดยสติปัญญาและพระวิญญาณบริสุทธิ์” (กิจการ 6:10) นี่คือสิ่งที่ผมอธิษฐานทุกครั้งก่อนจะเทศนา ผมอธิษฐานขอให้พระเจ้าประทานถ้อยคำและสติปัญญาแก่ผมที่ไม่มีศัตรูคนใดจะสามารถโต้แย้งหรือต้านทานได้
ผมจำได้ว่าเมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นคริสตจักรของเรายังเล็กมาก และผมก็เป็นเพียงผู้ปกครองคนหนึ่งในคริสตจักร มีผู้หญิงคนหนึ่งได้รับเชื่อพระเยซู ซึ่งแฟนของเธอเป็นนักเลง และเมื่อเธอรับเชื่อในพระเยซูแล้ว เธอก็ไม่ต้องการทำบางสิ่งที่เคยทำร่วมกับเขาอีกต่อไป ชีวิตของเธอเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง
เรื่องนี้ทำให้แฟนของเธอโกรธมาก เขาบอกว่าเขาจะมาที่คริสตจักรเพื่อมาต่อว่าพวกเรา วันหนึ่งระหว่างการนมัสการในคริสตจักร ผมบังเอิญเจอเขาเข้าพอดี ตอนนั้นผมกำลังเดินลงบันได ส่วนเขากำลังเดินขึ้นมา ดูเหมือนเขากำลังจะไปเล่นงานใครสักคน
มีที่ตั้งมากมายแต่ผมกลับต้องมาเจอเขาที่บันไดพอดี ที่ตรงนั้นไม่มีใครอยู่เลย ถ้าเขาเข้ามาทำร้ายผมก็ไม่มีใครช่วยได้!
ผมยังจำได้ดี เมื่อผมเห็นเขา ผมก็พูดว่า “อ้อ สวัสดีครับ”
เขาตอบมาทันทีว่า “ไม่ต้องมาสวัสดีเลย! ผมมาที่นี่เพื่อจะเล่นงานใครสักคน!” แล้วเขาก็พูดต่อว่า “พวกคนคริสตจักรของแกไปบอกแฟนฉันว่า…” ผมเห็นกำปั้นของเขากำแน่น เขาโกรธมาก และดูเหมือนจะเมาเล็กน้อยด้วย
ตอนนั้นผมไม่รู้เลยว่าควรทำอย่างไร และก็กลัวว่าเขาจะต่อยผมเข้าให้ ผมจึงอธิษฐานในใจว่า “พระองค์เจ้าข้า โปรดช่วยผมด้วย!”
และผมขอบอกคุณได้เลยว่า พระเจ้าทรงสัตย์ซื่อจริง ๆ ในวินาทีนั้นเอง เหมือนกับว่ามีสายน้ำไหลออกมา ผมมองไปที่เขาแล้วพูดว่า “เคยมีใครบอกคุณไหมว่า คุณหน้าตาคล้ายนักแสดงภาพยนตร์อินเดียคนนั้น…?”
คุณเห็นไหม เขาเป็นคนอินเดีย และเขาทำให้ผมนึกถึงดาราภาพยนตร์ฮินดีที่มีชื่อเสียงคนหนึ่ง ตอนที่ผมยังเด็ก ผมดูหนังฮินดีบ่อยมาก เพราะแม่ของผมชอบดูหนังฮินดี แม่เคยแอบหวังด้วยซ้ำว่าผมจะได้เป็นดาราฮินดีสักวันหนึ่ง แต่จริง ๆ แล้ว การเป็นนักเทศน์ก็ไม่ได้ต่างกันมากนัก เพราะได้ขึ้นเวทีเหมือนกัน! ผมพูดเล่นนะครับ
พูดตามตรง เขาหน้าตาคล้ายดาราฮินดีคนนั้นจริง ๆ ดังนั้นตอนที่ผมพูดแบบนั้นกับเขา ผมไม่ได้โกหกเลย
เขามองมาที่ผมแล้วพูดว่า “คุณคิดอย่างนั้นจริง ๆ เหรอ? เพื่อน ๆ ของผมหลายคนก็บอกผมแบบนั้นเหมือนกัน” จากนั้นเขาก็เริ่มผ่อนคลายลง และคลายกำปั้นที่กำแน่นอยู่
ผมจึงพูดต่อว่า “ใช่ครับ คุณเหมือนเขาจริง ๆ คุณเคยดูหนังของเขาเรื่องไหนบ้าง?”
เขาตอบว่า “ผมดูหนังของเขาเกือบทุกเรื่อง เพราะเพื่อน ๆ ของผมชอบบอกว่าผมหน้าตาเหมือนเขา”
หลังจากนั้นเขาก็บอกผมว่า จริง ๆ แล้วเขาไม่ได้มาที่คริสตจักรเพื่อจะมาสร้างปัญหา แต่เขาอยากมาดูว่าในคริสตจักรของเรามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง เพราะแฟนของเขาเปลี่ยนไปมาก อย่างที่ผมได้เล่าไปก่อนหน้านี้ ชีวิตของเธอเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ต่อมาไม่นาน เขาเองก็รับเชื่อในพระเยซูคริสต์ และมาคริสตจักรอยู่บ่อย ๆ
พี่น้องครับ มันช่วยได้จริงๆ เมื่อพระเจ้าประทาน “ถ้อยคำและสติปัญญาซึ่งศัตรูทั้งหลายจะไม่สามารถโต้แย้งหรือต้านทานได้” (ลูกา 21:15)
พระเยซูผู้ทรงเป็นสติปัญญาของเรา
ครั้งหนึ่งพวกฟาริสีถามพระเยซูว่า “เราควรจ่ายภาษีให้ซีซาร์หรือไม่?” ความตั้งใจของพวกเขาคือการดักจับพระองค์ และต่อไปนี้คือการสรุปเหตุการณ์ในแบบคำพูดของผม
ถ้าพระเยซูตอบว่า “ไม่ควรจ่าย” พวกเขาก็จะนำพระองค์ไปกล่าวโทษต่อหน้า ปอนทิอัสปีลาตว่าทรงละเมิดกฎหมายของโรมัน แต่ถ้าพระองค์ตอบว่า “ควรจ่ายภาษีให้ซีซาร์” พวกเขาก็จะกล่าวหาว่า “ดูสิ พระองค์เข้าข้างพวกโรมัน”
แต่พระเยซูทรงรู้ทันเจตนาของพวกเขา จึงตรัสว่า
“เอาเหรียญมาให้เราดูหน่อย ภาพของใครอยู่บนเหรียญนี้?”
พวกเขาตอบว่า “ของซีซาร์”
พระเยซูจึงตรัสว่า “ถ้าเช่นนั้น จงให้ของของซีซาร์แก่ซีซาร์ และจงให้ของของพระเจ้าแก่พระเจ้า”
พวกฟาริสีต่างประหลาดใจกับคำตอบของพระองค์ และก็เงียบไป เพราะพวกเขาไม่สามารถจับผิดคำพูดของพระองค์ต่อหน้าประชาชนได้เลย! (ลูกา 20:21–26)
พี่น้องที่รัก พระเจ้าจะประทานถ้อยคำและสติปัญญา ให้กับคุณสำหรับทุกสถานการณ์ที่คุณต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่คุณควรพูด หรือสิ่งที่คุณควรทำ พระองค์จะประทานสติปัญญาให้คุณจัดการกับสถานการณ์นั้นได้
ดังนั้น จงทูลขอ พระวิญญาณแห่งสติปัญญา ให้ทรงทำงานในชีวิตของคุณ จงจำไว้ว่า มีผู้หนึ่งที่ยิ่งใหญ่กว่ากษัตริย์ซาโลมอนสถิตอยู่ในคุณ นั่นคือพระเยซู พระองค์ทรงเป็น สติปัญญาจากพระเจ้า พระองค์ประทับอยู่เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระบิดา และพร้อมเสมอที่จะทรงเป็นสติปัญญาของคุณในทุกวิกฤตของชีวิตและในทุกสถานการณ์ที่คุณต้องเผชิญ
บทความนี้ต้นฉบับเขียนเป็นภาษาอังกฤษโดยอาจารย์โจเซฟ ปรินซ์
อยากได้เนื้อหาแบบนี้มากขึ้น
จงระวังอันตรายของพระคุณเทียม
เรากำลังดำเนินชีวิตอยู่ในยุคสมัยที่น่าตื่นเต้น เพราะพระเยซูคริสต์ทรงกำลังฟื้นฟูข่าวประเสริฐแห่งพระคุ...
สำหรับผู้ที่ปรารถนาจะดำเนินชีวิตใกล้ชิดกับพระเยซูมากยิ่งขึ้น บทความนี้มีไว้สำหรับคุณ
คุณเคยสงสัยไหมว่าจะทำอย่างไรให้พระเยซูมีส่วนในชีวิตประจำวันของคุณมากขึ้นได้ ซึ่งคุณก็ไม่รู้ว่าจะเริ่...
ความชอบธรรมเป็นของประทาน
คุณไม่สามารถรับพระพรของพระเจ้าเพราะความดีหรือการกระทำที่ดีของคุณได้ พระพรทั้งสิ้นของพระองค์ รวมถึงพร...
ความเข้าใจในความสำคัญของต้นมะกอกและน้ำมันชโลม
ในพันธสัญญาเดิม พระเจ้าได้ทรงกำหนดให้น้ำมันชโลมใช้เพื่ออวยพรประชากรของพระองค์ แต่สำหรับผู้เชื่อในพัน...
ดำเนินชีวิตอยู่ในการปกป้องของพระเจ้า
พระวจนะของพระเจ้าเต็มไปด้วยพระสัญญาเรื่องการทรงปกป้องสำหรับลูกที่รักของพระองค์ ตัวอย่างเช่น สดุดีบทท...
เอาชนะสงครามในความคิดของคุณ (ตอนที่ 3/3)
จงหลุดพ้นจากความคิดด้านลบและความคิดที่กดขี่จิตใจ และเริ่มต้นดำเนินชีวิตที่ครบบริบูรณ์ เต็มไปด้วยความ...
เอาชนะสงครามในความคิดของคุณ (ตอนที่ 2/3)
จงหลุดพ้นจากความคิดด้านลบและความคิดที่กดขี่จิตใจ และเริ่มต้นดำเนินชีวิตที่ครบบริบูรณ์ เต็มไปด้วยความ...
เอาชนะสงครามในความคิดของคุณ (ตอนที่ 1/3)
จงหลุดพ้นจากความคิดด้านลบและความคิดที่กดขี่จิตใจ และเริ่มต้นดำเนินชีวิตที่ครบบริบูรณ์ ที่เต็มไปด้วยค...
การเห็นพระเยซูในพระวจนะก่อให้เกิดชีวิต (ตอนที่ 2/3)
จงมองเห็นพระเยซูในพระวจนะ แล้วคุณจะได้สัมผัสกับชีวิตแห่งการเป็นขึ้นจากความตายของพระเจ้าในจุดแห่งความ...
การเห็นพระเยซูในพระวจนะก่อให้เกิดชีวิต (ตอนที่ 1/3)
จงมองเห็นพระเยซูในพระวจนะ แล้วคุณจะได้สัมผัสกับชีวิตแห่งการเป็นขึ้นจากความตายของพระเจ้าในจุดแห่งความ...
ความหวังที่ไม่ทำให้ผิดหวัง (ตอนที่ 3/3)
หลุดพ้นจากความคิดแง่ลบ และเริ่มพัฒนาความคาดหวังอย่างมั่นใจในความดีงามของพระเจ้าที่มีต่อคุณในทุก ๆ วั...
ความหวังที่ไม่ทำให้ผิดหวัง (ตอนที่ 2/3)
หลุดพ้นจากความคิดแง่ลบ และเริ่มพัฒนาความคาดหวังอย่างมั่นใจในความดีงามของพระเจ้าที่มีต่อคุณในทุก ๆ วั...
ความหวังที่ไม่ทำให้ผิดหวัง (ตอนที่ 1/3)
หลุดพ้นจากความคิดแง่ลบ และเริ่มพัฒนาความคาดหวังอย่างมั่นใจในความดีงามของพระเจ้าที่มีต่อคุณในทุก ๆ วั...